ที่มาของรองเท้า “สลิปเปอร์” (Slipper)

เคยสงสัยกันไหมคะว่ารองเท้าสลิปเปอร์มีต้นกำเนิดมาจากไหน และทำไมเราต้องใส่รองเท้าสลิปเปอร์เวลาอยู่ในบ้าน หรือห้องพักโรงแรมด้วย วันนี้แอดไปหาคำตอบมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

สลิปเปอร์ เป็นคำยืมมาจากภาษาอังกฤษ คำว่า Slipper คนญี่ปุ่นเรียกว่า スリッパー (ซุริปา) เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยต้นเมจิ ซึ่งปกติคนญี่ปุ่นจะถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน แต่ในยุคนั้นที่ญี่ปุ่นมีการเปิดประเทศทำให้ชาวตะวันตกเดินทางเข้ามาจำนวนมาก และมีนิสัยไม่ถอดรองเท้าเวลาเข้าบ้าน ด้วยเหตุนี้คนญี่ปุ่นเลยคิดค้นสลิปเปอร์ หรือรองเท้าใส่ในบ้าน ให้คนต่างชาติเปลี่ยนเพื่อใส่เข้ามาในบ้าน

สลิปเปอร์นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น ในอดีตมักใช้หนังเทียมมาเป็นวัสดุในการทำ ส่วนใหญ่มักใส่สำหรับอาบน้ำ หรือใส่ในห้องนอน แต่ปัจจุบันมีวัสดุที่นำมาใช้สลิปเปอร์หลากหลายตามการใช้งาน โดยคนญี่ปุ่นจะใส่สลิปเปอร์เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าเย็น และไม่ให้ถุงเท้าเปื้อน วัฒนธรรมการใส่สลิปเปอร์เป็นวัฒนธรรมพื้นฐานในทุกที่ของคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียน หรือบริษัท มุมเปลี่ยนสลิปเปอร์ถือเป็นความประทับใจแรกที่มีต่อสถานที่นั้นๆ โดยคนญี่ปุ่นจะจัดเรียงสลิปเปอร์อย่างเป็นระเบียบ และวางไว้ให้สะดวกในการหยิบมาเปลี่ยน ถือเป็นความใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คนญี่ปุ่นมีให้

ข้อดีของรองเท้า Slippers

  1. ไว้ใส่เพื่อรักษาความสะอาดของเท้า
  2. สุขอนามัยภายในบ้าน
  3. ช่วยให้เท้าของคุณไม่เกิดบาดแผลจากสิ่งของภายในบ้าน
  4. ลดอาการปวดเท้า เนื่องจากใส่รองเท้าที่บีบรัด
  5. เพิ่มความน่ารัก สดใส
  6. ป้องกันส้นเท้าแตก

ปัจจุบันรองเท้าสลิปเปอร์นอกจากจะนิยมใส่ในบ้านแล้ว เวลาเราเข้าพักยังโรงแรมต่างๆ มักจะพบว่าทางโรงแรมมีการเตรียมสลิปเปอร์ไว้สำหรับสวมใส่ภายในห้อง และนักท่องเที่ยวหลายคนไม่พลาดที่จะหยิบติดไม้ติดมือออกจากโรงแรมไปด้วย

ประเภทของรองเท้าสลิปเปอร์จะมีทั้งแบบหัวปิด และหัวเปิด ส่วนใหญ่มักจะทำมาจากเนื้อผ้ารังผึ้ง Nonwoven  หรือเนื้อโฟม หากใครสนใจสั่งซื้อหรือผลิตรองเท้าสลิปเปอร์สามารถติดต่อบริษัทฟลอรอลแมนูแฟคเจอริ่งกรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายของใช้ในโรงแรมแบบครบวงจร เหมาะสำหรับโรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล สปา ที่ต้องการนำไปไว้บริการลูกค้า โดยสามารถเลือกเนื้อผ้าตามที่บริษัทมี หรือเลือกวัสดุตามที่ลูกค้าต้องการได้ และหากโรงแรมไหนต้องการผลิตเป็นแบรนด์ของตัวเองด้วยการปักหรือสกรีนโลโก้ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ข้อมูล    เพจ @minnanosensei

2019-07-04T15:38:38+07:00